22-25 ตุลาคมนี้ นี้ขอเชิญเพื่อน P'campus ฝึกการเป็นผู้นำกัลยาณมิตรเข้าค่ายพักแรมกับ 8 ภารกิจพิชิตใจตน ที่บ้านคำแคนพัฒนา ภูทอกน้อย วัดเจติยาคีรีวิหาร

8 ภารกิจที่ต้องฝึกปฏิบัติได้แก่ (โดยวิทยากรรับเชิญ วิทยากรชุมชน ท่านพระอาจารย์ และคุณพี่ๆที่รับเชิญมาทั้งหลาย)
มองคนให้เป็นคน อบรมตนให้ผ่องใส ฝักใฝ่ทำความดี อารมณ์สุนทรีย์สร้างงานศิลปะ ฝึกทักษะที่จะกล้าแสดงออก เอาตัวรอดวัดแววอัจฉริยะ สร้างภาพตัดปะเป็นของขวัญ ผูกสัมพันธ์ร่วมสร้างกำลังใจ
1. มองคนให้เป็นคน หลักไตรสิกขา (การมองคนให้เป็นคนมองมนุษย์เป็นมนุษย์) เราคือใคร เขาคือใคร
2. อบรมตนให้ผ่องใส การฝึกจิตใจ การปรุงแต่งจิตตนให้รู้สึกสดใสโดยการเรียนรู้ที่สอดคล้องระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมกับการเปลี่ยนแปลงไปของโลก
3. ฝักใฝ่ทำความดี กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อาสาสมัครช่วยเหลือสังคม
4. อารมณ์สุนทรีย์สร้างงานศิลปะ กิจกรรมถ่ายทอดศิลปะไม่ว่าจะเป็นกลอน กวี ละคร และงานศิลป์ภายใต้หัวข้อสิ่งที่ไม่เคยสวยงามให้สวยงามด้วยสองมือเรา โดยใช้จิตใจและหัวใจในการถ่ายทอด
5. ฝึกทักษะที่จะกล้าแสดงออก นำน้อง ๆ ช่วยเหลือคนอื่น การโต้วาทีพอเพียง
6. เอาตัวรอดวัดแววอัจฉริยะ เกมส์ฝึกความคิดในการเอาตัวรอด วิชาของความเป็นคนในการฝึกตนให้ใช้ความอยู่รอดเป็นพื้นฐาน ไม่หลงกลเกมส์ชีวิต
7. สร้างภาพตัดปะเป็นของขวัญ ประดิษฐ์ผลงานจากการพักแรม รวบรวมกิจกรรมจากค่ายผูกมัดกลับมาโชว์ที่มหา'ลัย
8. ผูกสัมพันธ์ร่วมสร้างกำลังใจ จับมือบอกลาแม้จะรู้จักกันมาแต่ก็ยังจะพาคนอื่นร่วมอุดมการณ์ อำลาจ้าา
หลักฐานการสมัคร : หัวใจ + 250 บาทต่อคน
ปิดรับและสรุปยอดภายในวันที่ 15 ต.ค. 2551
รายละเอียดค่ายเด๋วมาแทรกวันหลังเด้อ เด๋วมาบอกนะจ๊ะ ที่รัก.....
การที่จะได้มาซึ่งคำว่า "สำเร็จ" นั้นเป็นสิ่งที่ยาก ต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่แปลกทีคนเราก็ยังรู้สึกดีกับมันเสมอ ทุกคนจะมีความภูมิใจที่จะได้ทำความดี และสามารถทำให้สำเร็จได้ แม้ว่าเบื้องหลังนี้อาจจะมีปัญหา อุปสรรคมากมาย ที่ผ่านเข้ามาแต่พวกเราก็จะไม่ย่อท้อ ในฐานะที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึก ขอเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจใหักับทีมงานขอให้สู่ต่อไป "เพราะการทำความดี แม้ไม่มีรางวัลตอบแทน แต่มันสุขใจ อิ่มใจที่ได้ทำ และจะทำต่อไป ตราบใดที่ความดีมันยังคงค่าเป็นความดี" มโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ของทีมงาน P'campus นั่นเอง
วัดภูทอก หรือวัดเจติยาคิีรีวิหาร
เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ โดยเป็นวัดที่หลวงปู่จวน (มรณภาพแล้ว) ได้สร้างบันไดรอบภูเขา (ภูทอก) สูง 7 ชั้น สามารถชมทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม
วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2483 โดย หลวงปู่จวน ได้มาบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ภูวัว อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย คืนหนึ่งได้เกิดนิมิตรขึ้นเห็นปราสาท 2 หลัง ลักษณะสวยงามมากอยู่ทางด้านภูทอกน้อย ดังนั้นหลวงปู่จวน จึงได้เดินทางมาพิสูจน์ตามที่เกิดนิมิตร และได้พบลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามร่มรื่น เหมาะที่จะปฏิบัติธรรม จึงได้สำรวจ และปักกรดอยู่ที่ ถ้ำบนภูทอก กับพระครูศริธรรมวัฒน์ ต่อมาชาวบ้านคำแคนเห็นหลวงปู่จวน ธุดงภ์มาอยู่ที่ภูทอก จึงพร้อมใจกันอารธนาให้สร้างวัด ขึ้นที่ภูทอก ในปีพุทธศักราช 2512 ชาวบ้านนาคำแคนได้มาช่วยกันสร้างบันได้ขึ้นภูทอก จนถึงชั้นที่5-6 และได้ปลูกสร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์อยู่ถึง 2 เดือน 10 วัน จึงแล้วเสร็จ
ในปีพุทธศักราช 2513-2514 หลวงปู่จวน ได้ชักชวนชาวบ้าน สร้างทำนบกั้นน้ำขึ้น 2 แห่ง เพื่อใช้เก็บกักน้ำ และจัดระบบน้ำประปาขึ้นภายในวัดภูทอก

ที่ตั้ง วัดภูทอกตั้งอยู่ที่บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดหนองคาย 186 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง จังหวัด หมายเลข 212 หนองคาย - บึงกาฬ - ศรีวิไล เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนพระปริญัติธรรม แผนกธรรม ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2525และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ที่มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางไปท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก
สภาพของวัด วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอกมีขนาดความสูง โดยวัดจากฐานถึงยอด 460 เมตร มีบันไดเรียงขึ้นตามชั้นต่าง ๆ 7 ชั้น และฐานชั้นที่ 6 วัดโดยรอบได้ 800 เมตร เป็นหน้าผาสูงชันมีที่ธรณีสงฆ์ 78 ไร่ 3 งาน 18 ตารางวา
ทิศเหนือ ยาว 192 เส้น 15 วา ติดต่อกับภูทอกใหญ่
ทิศใต้ ยาว 190 เส้น 10 วา ติดต่อกับถนนบ้านนาต้อง-บ้านศรีวิไล
ทิศตะวันออก ยาว 40 เส้น 10 วา ติดกับถนน ร.พ.ช. สายบึงกาฬ-บ้านโพธิ์หมากแข้ง
ทิศตะวันตก ยาว 35 เส้น 15 วา ติดกับทุ่งนาบ้านนาคำแคน-บ้านนาสะแบง
นอกจากนั้นยังมีเจดีย์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ สร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็กประดับด้วยหินอ่อนขนาดกว้าง 16 เมตร สูง 31 เมตร สร้างเมื่อปีพุทธศักราช2529

ด้านหน้าของภูทอก

ก่อนขึ้นไปกรุณาอ่านก่อนครับ

บันใดที่เราเรียกสวรรค์ทั้งเจ็ดชั้น

มองลงมาแล้วหวาดเสียวเหมือนกันครับ

สวยงาม...แต่เสียวครับ

ค่อยๆเดินครับเดี๋ยวทางเดินทรุด

วนเวียน...อ้อม รอบๆภูเขา

วนไปเรื่อยๆครับ....

ส่วนนี้ต้องเดินกันด้วยความระมัดระวัง

มีรวงผุ้งเยอะมากครับ

ที่เห็นเป็นกุฏิพระครับ(เราเรียกว่า "ตุ้มนกทา")


1 ความคิดเห็น:
ภาพสวยมากๆครับ
อำเภอบึงกาฬ หุๆ
แวะเยี่ยมชมได้ครับ
http://www.veebk.in.th
แสดงความคิดเห็น