สาธิตวิธีสร้างบ้านดิน
" บ้านดิน" สร้างเองก็ได้ง่ายจัง ไม่ต้องจ้างผู้รับเหมา ประหยัดเงินตรา และ ทรัพยากรธรรมชาติ (ไม่ต้องระเบิดภูเขา เอาปูนซิเมนต์ หรือ ทำลายป่า ตัดต้นไม้เยอะ ๆ ) ฤดูร้อนเย็นสบาย ฤดูหนาวแสนอบอุ่น (บ้านดินสามารถปรับอากาศในตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดให้เปลืองค่าไฟฟ้า)
หากบริเวณบ้านของท่านมีพื้นที่ว่าง ๆ ขอเชิญท่านมาลองสร้างบ้านดินหลังเล็ก ๆ สักหลังหนึ่ง ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. ทดสอบเนื้อดิน นำดินใส่ในแก้วสามในสี่ส่วน เติมน้ำให้ท่วมดิน ใส่เกลือ 1 ช้อนชาคนแล้วคอยให้ตกตะกอน เพื่อสังเกตดูชั้นต่าง ๆ ของเนื้อดิน แบ่งสัดส่วนของแก้วออกเป็น 10 ส่วน สิ่งที่หนักจะตกตะกอนก่อน จะได้ กรวดหิน - -> ทราย หยาบ - - > ทรายละเอียด - - > ดินเหนียว หากชั้นดินเหนียวได้สัดส่วน 2 ในส่วน 10 ส่วน ถือว่าดินนั้นสามารถนำมาสร้างบ้านได้ จากนั้นเติมน้ำลงในดินนวดให้เหนียว ลองปั้นเป็นเส้นกลม ๆ ขนาดนิ้วมือถ้าขาดแสดงว่าดินนั้นยังใช้ไม่ได้(ดินเหนียวเหมาะสำหรับการสร้าง บ้านดินที่สุด ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย)
2. หาสถานที่สำหรับเตรียมอิฐดิน ควรจะเลือกทำในบริเวณใกล้ ๆ กับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบ้าน เพราะจะลดกำลังในการขนย้ายซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ที่พ้นจากน้ำท่วมถึง
3. การทำอิฐดินเตรียมกระบะสำหรับผสมดินเหยียบนวดดินให้เหนียวหากดินเหนียวมากๆ ควรจะแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืนจะทำให้นวดง่ายขึ้น หากดินเหนียวมาก ๆ ให้ผสมแกลบหรือฟาง (หรือวัสดุใกล้เคียงที่หาได้ในพื้นที่) และทราย ในอัตราทีสังเกตว่าดินที่เหยียบจะไม่ติดเท้าขึ้นมาและเห็นเป็นรอยเท้าบน เนื้อดินถือว่าดินได้ที่แล้ว จากนั้นนำมาเทใส่พิมพ์ไม้ปาดให้เรียบและยกพิมพ์ขึ้นดินจะไม่ติดพิมพ์ในกรณี ที่แดดดี ตากทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นพลิกอิฐดินตั้งขึ้น จะทำให้ดินไม่ติดพื้นและแห้งเร็วขึ้น ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่ออิฐดินแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติเหมือนกับอิฐมอญที่ไว้ใช้ก่อสร้างบ้านทั่ว ไป ซึ่งขนาดดินที่เหมาะสมคือ หนา 4 นิ้ว กว้าง 8-10 นิ้ว ยาว 14 -16 นิ้ว (อิฐดิน 1 ก้อน = 15-20 กิโลกรัม) 
4. เตรียมปูนสำหรับโบกอิฐดิน ซึ่งเป็นตัวดินชนิดเดียวกับที่นำมาทำอิฐดิน

5. หลังจากเลือกทำเลหนีน้ำแล้ว ต้องเทพื้นบ้านดินให้สูงพอสมควร หรืออาจสร้างเป็นบันไดสูงขั้นสองขั้น เพื่อหนีความชื้นที่ระเหยมาจากพื้นดิน และป้องกันปลวกใต้ดิน ( อย่างไรก็ดีปลวกไม่กินดิน) ซึ่งการเทฐานบ้านอาจใช้ปูนซิเมนต์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

6. บ้านดินไม่ต้องใช้เสาในการก่อสร้าง เพราะอิฐดินแต่ละก้อนถือว่าเป็นกำแพงของบ้านและเสาที่มั่นคงแข็งแรง หลังจากเทพื้นแล้ว เริ่มก่อสร้างกำแพงชั้นล่างขึ้นเป็นตัวบ้าน เว้นช่องใส่หน้าต่าง ประตู ซึ่งอาจจะมีวงกบไม้หรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ

7. กรณีบ้านสองชั้นต้องรอให้กำแพงดินชั้นล่างแข็งแรงดีแล้วนำไม้เนื้อแข็ง เช่น ยูคาลิปตัส ไม้ไผ่ ฯลฯ วางพาด นำไม้กระดานแผ่นใหญ่วางรองรับด้านล่าง เทดินให้ทั่ว ๆ ปกคลุมไม้ที่วางพาดเลย

8. ก่อสร้างหลังคา ชายคา ซึ่งอาจจะใช้ดินหรือวัสดุอื่น ๆ ก็ได้ ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะน้ำเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของบ้านดิน

9. ฉาบกำแพง เพดานให้พื้นเรียบหรือขรุขระตามชอบ

10. การใส่หน้าต่าง ประตู ต้องรอให้ดินแห้งสนิทเสียก่อน เพราะเมื่อดินแห้งจะหดตัวอีก หากใส่กระจกขณะที่ยังไม่แห้ง อาจทำให้กระจกแตกได้

11. ตกแต่งทาสี แนะนำว่าเป็นสีดิน (สีที่ได้จากดิน ซึ่งมีหลายสีด้วยกัน เช่น แดง เหลือง ม่วง เทา แตกต่างกันตามท้องถิ่น) ผสมกับทรายละเอียด เพิ่มความเนียนด้วยกาวแป้งเปียกหรือยางกล้วย (วัสดุอื่น ๆ ที่หาได้ในพื้นที่)

12. ตกแต่งภายในตามชอบสามารถปูพื้นด้วยกระเบื้องหรือปล่อยพื้นเปลือย ๆ เป็นศิลปะญี่ปุ่นก็สวยงามดี.
บรรยายภาพ สำนักงาน "budpage.com" บ้านดินอโดบีทรงอิสระแบบ"หลังคาดิน"หลังแรกในเมืองไทย ฝีมือผู้เข้าร่วมอบรม 50 คน (ล้วนไม่เคยสร้างบ้านเองมาก่อน) สำหรับ หลังคาดิน เป็นงานวิจัยทดลอง ที่บ้านสายรุ้งได้ใช้งบประมาณในการวิจัย 30,000 บาท เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง และ ฝึกแรงงานช่าง

บรรยายภาพ ภาพกุฏิเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง เป็นบ้านดินชนิดหลังคาดิน เป็นผลงาน workshop ภาคปฏิบัติ ของช่างชาวบ้านจากหมู่บ้านใหม่ไทยเจริญ ที่ได้มาเรียนรู้วิธีสร้างบ้านดินที่ "บ้านสายรุ้ง" (ปัจจุบันช่างกลุ่มนี้ได้ไปทำงานกับกลุ่มบ้านดินไทย)
(หมายเหตุ * บ้านดินแบบหลังคาดิน เป็นงานที่ยังอยู่ในระหว่างการวิจัย ยังไม่แนะนำให้สร้างโดยทั่วไป )

บรรยายภาพ ภาพบ้านดินทรงสี่เหลี่ยม ฝีมือชาวบ้านท่ามะไฟหวานที่ได้มาเรียนรู้วิธีสร้างบ้านดินจากบ้านสายรุ้ง และ นำความรู้กลับไปสร้างบ้านดินด้วยตนเอง

บรรยายภาพ บ้านดินกึ่งบ้านไม้ สร้างโดยช่าง"สนิท" ที่ได้มาอบรมวิธีสร้างบ้านดินจาก"บ้านสายรุ้ง" แล้วนำความรู้ไปสร้างต่อเติมบ้านชั้นล่างให้เป็นบ้านดิน อนึ่ง ช่างสนิทได้ค้นพบวิธีทำสีดินแบบใหม่ด้วยตนเอง (ทรายผสมปูนยากระเบื้อง) ปัจจุบันช่างสนิท เป็นช่างรับเหมาสร้างบ้านดินอีกคนหนึ่ง ที่รับงานอิสระทั่วไป

บรรยายภาพ บ้านดิน "ป้ายง" ฝีมือสร้างของอาสาสมัครหนุ่มสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์สร้างบ้านมาก่อน จำนวน 20 คน ที่ข่วยกันสร้างให้ "ป้ายงซึ่งป่วยเป็นเบาหวาน เราสร้างเสร็จภายใน 2 วัน เดี๋ยวนี้ป้ายงมีบ้านดินนอนเย็นสบายแล้ว ไม่ต้องนอนร้อนทรมานในบ้านเศษไม้มุงสังกะสีอีกต่อไป งานนี้เราใช้งบประมาณเป็นค่าเทคานและพื้นปูนซิเมนต์และช่างช่วยงานปูนเพียง 2000 บาท( ไพหญ้ามุงหลังคา ป้าแกให้ญาติ ๆ ช่วยกันทำนะครับ )

บรรยายภาพ บ้านดิน ฝีมือคุณเคี้ยง ได้มาอบรมสร้างบ้านดินที่บ้านสายรุ้งแล้ว นำความรู้ไปสร้างบ้านด้วยตนเอง ที่จังหวัดลำพูน
บรรยายภาพ ร้านกาแฟสด Coffe bandin ฝีมือคุณณํฐพล ผู้ที่ได้เข้ามารับการอบรมสร้างบ้านดินที่บ้านสายรุ้ง และนำความรู้ไปวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันรับเหมาก่อสร้างบ้านดินทั่วประเทศ
สองภาพ ข้างบนนี้ เป็น ฝีมือตกแต่งภายในบ้านดิน ของ "เมคา บันช"์ นักสร้างบ้านดิน ทำงานด้านนี้มาเป็นเวลา 11 ปี บันช์ชำนาญการออกแบบภายใน ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ดิน และ เคยเข้าร่วมโครงการบ้านธรรมชาติ โดยเป็นวิทยากรอบรมให้แก่เจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้านด้วยตนเอง ใน อาเจนตินา บราซีล ไทย และ สหรัฐอเมริกา
บรรยายภาพ สำนักงาน "budpage.com" บ้านดินอโดบีทรงอิสระแบบ"หลังคาดิน"หลังแรกในเมืองไทย ฝีมือผู้เข้าร่วมอบรม 50 คน (ล้วนไม่เคยสร้างบ้านเองมาก่อน) สำหรับ หลังคาดิน เป็นงานวิจัยทดลอง ที่บ้านสายรุ้งได้ใช้งบประมาณในการวิจัย 30,000 บาท เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง และ ฝึกแรงงานช่าง

บรรยายภาพ ภาพกุฏิเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง เป็นบ้านดินชนิดหลังคาดิน เป็นผลงาน workshop ภาคปฏิบัติ ของช่างชาวบ้านจากหมู่บ้านใหม่ไทยเจริญ ที่ได้มาเรียนรู้วิธีสร้างบ้านดินที่ "บ้านสายรุ้ง" (ปัจจุบันช่างกลุ่มนี้ได้ไปทำงานกับกลุ่มบ้านดินไทย)
(หมายเหตุ * บ้านดินแบบหลังคาดิน เป็นงานที่ยังอยู่ในระหว่างการวิจัย ยังไม่แนะนำให้สร้างโดยทั่วไป )

บรรยายภาพ ภาพบ้านดินทรงสี่เหลี่ยม ฝีมือชาวบ้านท่ามะไฟหวานที่ได้มาเรียนรู้วิธีสร้างบ้านดินจากบ้านสายรุ้ง และ นำความรู้กลับไปสร้างบ้านดินด้วยตนเอง

บรรยายภาพ บ้านดินกึ่งบ้านไม้ สร้างโดยช่าง"สนิท" ที่ได้มาอบรมวิธีสร้างบ้านดินจาก"บ้านสายรุ้ง" แล้วนำความรู้ไปสร้างต่อเติมบ้านชั้นล่างให้เป็นบ้านดิน อนึ่ง ช่างสนิทได้ค้นพบวิธีทำสีดินแบบใหม่ด้วยตนเอง (ทรายผสมปูนยากระเบื้อง) ปัจจุบันช่างสนิท เป็นช่างรับเหมาสร้างบ้านดินอีกคนหนึ่ง ที่รับงานอิสระทั่วไป

บรรยายภาพ บ้านดิน "ป้ายง" ฝีมือสร้างของอาสาสมัครหนุ่มสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์สร้างบ้านมาก่อน จำนวน 20 คน ที่ข่วยกันสร้างให้ "ป้ายงซึ่งป่วยเป็นเบาหวาน เราสร้างเสร็จภายใน 2 วัน เดี๋ยวนี้ป้ายงมีบ้านดินนอนเย็นสบายแล้ว ไม่ต้องนอนร้อนทรมานในบ้านเศษไม้มุงสังกะสีอีกต่อไป งานนี้เราใช้งบประมาณเป็นค่าเทคานและพื้นปูนซิเมนต์และช่างช่วยงานปูนเพียง 2000 บาท( ไพหญ้ามุงหลังคา ป้าแกให้ญาติ ๆ ช่วยกันทำนะครับ )

บรรยายภาพ บ้านดิน ฝีมือคุณเคี้ยง ได้มาอบรมสร้างบ้านดินที่บ้านสายรุ้งแล้ว นำความรู้ไปสร้างบ้านด้วยตนเอง ที่จังหวัดลำพูน
บรรยายภาพ ร้านกาแฟสด Coffe bandin ฝีมือคุณณํฐพล ผู้ที่ได้เข้ามารับการอบรมสร้างบ้านดินที่บ้านสายรุ้ง และนำความรู้ไปวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันรับเหมาก่อสร้างบ้านดินทั่วประเทศ
สองภาพ ข้างบนนี้ เป็น ฝีมือตกแต่งภายในบ้านดิน ของ "เมคา บันช"์ นักสร้างบ้านดิน ทำงานด้านนี้มาเป็นเวลา 11 ปี บันช์ชำนาญการออกแบบภายใน ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ดิน และ เคยเข้าร่วมโครงการบ้านธรรมชาติ โดยเป็นวิทยากรอบรมให้แก่เจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้านด้วยตนเอง ใน อาเจนตินา บราซีล ไทย และ สหรัฐอเมริกา
มาเแผนการสร้างริ่มต้นวางบ้านดินกันเถอะ
มาเริ่มต้นวางแผนการสร้างบ้านดินกัน โดยเราต้องดูความพร้อมในด้านต่างๆของเราก่อน เช่น
1.ตัวผู้สร้างเองมีแรงงานหรือกลุ่มเพื่อน
ถ้าผู้สร้างมีแรงงานหรือกลุ่มเพื่อนที่จะช่วย ก็จะทำให้บ้านดิน เสร็จได้ตามต้อง การโดย ขนาดของอาคาร หลังเล็กๆ ( 4x4) ใช้แรงงาน2-3 คนก็พอ แต่ถ้าเป็นอาคารหลังใหญ่อาจใช้แรงงานมากกว่า 4 คน ตามงาน
2.การคำนวณเวลาที่ใช้ในการสร้าง
การคำนวณเรื่องเวลาสร้างนั้น แยกเป็นสองส่วนคือเวลาในการทำก้อนดิน กับเวลาในการสร้าง
- เวลาในการทำก้อนดิน นั้นต้องลองคำนวณว่าเราจะสร้างบ้านหลังขนาดไหน โดย คำนวณจาก 1 ตร.ม. ใช้ก้อนดิน 35 ก้อน เช่น บ้านขนาด 4 เมตร คูณ 6 เมตร มีหน้าต่าง 4 ช่องและมีประตู 1 ช่อง จะใช้ก้อนอิฐดินดิบประมาณ1000 -1200 ก้อน ถ้าวันหนึ่งทำได้ประมาณ 120 ก้อน 12 วัน ก็จะได้ก้อนดินดิบ ตามต้องการ
- เวลาในการก่อสร้าง นั้นต้องลองคำนวณดูว่าเรามีกำลังคนในการสร้างเท่าไหร่ เช่น บ้าน ขนาด 4 เมตรคูณ 6 เมตร มีกำลังคนประมาณ 3-4 คนจะใช้เวลาในการสร้างประมาณ 14 วันก็เสร็จ ( ไม่รวมเวลาทาสีเพราะต้องรอให้ดินแห้งจึงจะสามารถทาสีดินได้ )
การทดสอบดินในพื้นที่
ดินที่ดีในการนำมาทำก้อนดินดิบคือดินร่วนปนทรายซึ่งพื้นที่ที่เหมาะได้แก่ดินในแถบภาคอีสาน เราสามารถทดสอบดินในพื้นที่ของเราได้สามวิธีคือ
วิธีที่1 การทดสอบโดยการนำดินที่ได้มาบทให้ละเอียดแล้วละลายกับน้ำผสมเกลือนิดหน่อยแล้วทิ้งไว้สักพักให้ดินตกตระกอนดินจะแยก เป็น 3 ชั้น โดยชั้นบนจะเป็นดินเหนียว ชั้นกลางจะเป็นดินตะกอน และชั้นล่างจะเป็นดินทราย
วิธีการดู ให้แบ่งดินชั้นต่างๆในแก้วทั้งหมดออกเป็น 10 ชั้น แล้วให้ดูว่าดินชั้นบนและดินชั้นกลางรวมกันได้กี่ชั้น ซึ่งถ้าดินที่ใช้ทำบ้านดินได้นั้นจะต้องมีดินชั้นบนกับชั้นกลางหนารวมกันประมาณ 3 - 5 ชั้น ถ้าน้อยกว่า3ชั้นต้องมีการเติมดินเหนียว และถ้าเกิน 5 ชั้นต้องมีการใส่ทรายลงไปผสม -ดินชั้นล่างสุดต้องประมาณ 5-7 ชั้นจึงจะใช้ได้ ถ้าดินทราย มากกว่านี้ต้องมีการเติมดินเหนียว
วิธีที่2 การทดสอบโดยการปั้นเป็นแท่งประมาณเท่ากับนิ้วโป้ง ของเราแล้วลองแกว่งดูวิธีการดู
- ทดลองแกว่งดินถ้าไม่ขาดเป็นสอง ท่อนแสดงว่าดินของเรา เป็นดินเหนียว ต้องมีการเติมดินทรายเข้าไป
- ถ้าลองแกว่งแล้วดินแล้วดินล่วงทันทีแสดงว่าดินของเรามีทรายเป็นส่วนผสมมากไปต้องมีการเติมดินเหนียว
วิธีที่3 การทดลองปั้นเป็นแผ่นเท่าขนมคุกกี้แล้วตากแดดให้แห้ง
วิธีการดู
ถ้าทดลองหักแล้วแตกละเอียดแสดงว่าดินของเราเป็นดินทรายต้องมีการ เพิ่มดินเหนียวเข้าไป ถ้าทดลองหักแล้วหักไม่ได้แสดงว่า ดินของเราเป็นดินเหนียว ต้องมีการ เพิ่มดินทรายเข้าไป ถ้าทดลองหักแล้วแบ่งเป็นสองถึง สามส่วนแสดงว่าดินของ เราใช้ได้การเตรียมอุปกรณ์ในการทำบ้านดิน
ในการทำงานบ้านดินนั้นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยอุปกรณ์ที่เราใช้กันประจำในการทำบ้านดินนั้นได้แก่
- ถังปูนประมาณ 4-6ถัง
![]()
![]()
- จอบขุดดิน 1 – 2 อัน
- ไม้แบบที่เราทำเองหรือจ้างช่างทำ ขนาด คูณ16 นิ้ว หนา 4นิ้ว
- เกียงฉาบปูน
- แปรงทาสี
- ฟองน้ำ
![]()
- ที่ปาดปูนเวลาฉาบเรียบ
- ไม้จับระดับ(ถ้าต้องการ)
- กะละมังผสมสีดินทา
- ถังใส่น้ำ(ถังรองน้ำใช้ใหญ่)
6.การเลือกพื้นที่ในการสร้าง
เนื่องจากน้ำเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้บ้านดินเกิดการทรุดหรือพังทลายได้ ดังนั้นการเลือกพื้นที่ในการสร้างจึงมีข้อควรระวังดังนี้
บริเวณที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขังเพราะอาจทำให้ฐานรากละลาย(บ้านพัง) บริเวณ ที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องไม่เป็นที่น้ำไหลผ่านถ้ามีจะสร้างบริเวณนั้น จริงๆต้องมีการทำทางน้ำให้ไหลผ่านไปทางอื่นไม่ไหลผ่านตัวบ้าน บริเวณที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องเป็นที่ดอนหรือมีการถมดินให้พื้นที่สูงกว่าบริเวณรอบๆ







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น