โครงงานคุณธรรม
โครงงานคุณธรรม ตอนที่ 1
โครงงานคุณธรรม ตอนที่ 2
เม กะ มุ อุ
โครงงานธุรกิจคุณธรรม
โครงงานการเมืองคุณธรรม
ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย
ทางรอด ทางออก ที่ยั่งยืนของสังคมไทย
ไม่ต้องถามให้ยุ่งยากและไม่ต้องสอบถามให้มากเรื่องว่าเราทำอารายกันมั่ง เพราะว่า จะคิดให้ยุ่งยากไปทำไมว่าเราจะเอาอย่างโน้นอย่างนี้ สรุป ก็เป้าหมายคือการเผยแพร่ความดี อันไหนที่เห็นแล้วว่าดี เราก็จะไปทำ อย่าไปคิดให้มากมาย มองผลประโยชน์ว่าจะเกิดกับเยาวชนหรือสังคมแค่นั้นก็เพียงพอ
เพื่อน ๆ ของเราที่เข้ามาอ่านใน blog นี้โปรดใช้วิชจารณญาณในการอ่าน และโปรดอ่าน คิดตามและหาเหตุผลของ blog เราประมวลเนื้อหาให้ดี และรับรู้ว่าบทความดีก่อนจึงจะสามารถนำไปบันทึกไว้ในสมองของพวกเราไว้

โครงงานคุณธรรม ตอนที่ 1
โครงงานคุณธรรม ตอนที่ 2
เม กะ มุ อุ
โครงงานธุรกิจคุณธรรม
โครงงานการเมืองคุณธรรม
ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย
ทางรอด ทางออก ที่ยั่งยืนของสังคมไทย
วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552 | เขียนโดย น้องนัท 0 ความคิดเห็น
สำหรับสมุดทำมือ
วิธีทำเอามาจาก...หนังสือของแม่ ชื่อว่า "การอนุรักษ์หนังสือ"
แล้วมันเกี่ยวกันยังไง? ก็นำวิธีการเย็บ กับการเข้าปกของเค้ามาน่ะสิ
แต่พอทำจริงๆแล้ว...เย็บมั่วเป็นบ้าเลย
ลองมาดูกันนะคะว่าเป็นยังไง
อุปกรณ์
(แถมกระดาษสีที่ชอบ แล้วก็ดินสอ+ยางลบด้วยนะคะ)
วิธีทำ
1. ตัดกระดาษให้ได้ขนาดที่ต้องการ (อันนี้เพราะว่ากระดาษลังมันมีพื้นที่จำกัดอ่ะค่ะ...
)
2. กระดาษสมุดมันจะเป็นคู่ ให้เราเอามาซ้อนกันเป็นชุดๆนะ ของดิชั้นชุดละ 10 คู่
3. พอซ้อนกันเสร็จแล้ว ก็เอามาจุดไว้(ทุกชุดเลยนะ) ตามนี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เราต้องใช้เข็มเจาะเพื่อจะได้เย็บง่ายๆ ทีนี้ก็เริ้มเย็บเลย
เริ่มจากแทงเข็มเข้าไปในจุด A ออกมาจุด B เข้าไปจุด C ออกมาจุด D เข้าไปจุด E ออกมาจุด F1 แล้วเข้าไปในจุด F2
ก็ทำให้ครบทุกชุดนะคะ มันก็จะ....ประมาณนี้
5. ทีนี้มาทำปก ให้ขนาดของปกส่วนที่ 1 และ 3 มากกว่าขนาดของเนื้อในนิดนึง แล้วขนาดของ 2 เท่ากับความหนาของเนื้อในและปก
6. ตัดแยกออกจากกันแล้วก็เอามาวัดบนกระดาษสี
วางให้มันห่างกันด้วยนะคะ จะได้มีบานพับเวลาเปิดสมุด
7. ตัดมุมที่กระดาษสีให้เป็นอย่างในรูป เพราะจะได้พับอย่างสวยงาม แล้วก็ทากาวให้ทั่ว เสร็จแล้วก็เอากระดาษลังมาวาง ดึงให้มาพับแบบนี้ รูด ปรื๊ดส์ๆ ให้มันติดกัน....
8. ใกล้เสร็จแล้ว!! เอาตัวเนื้อในมา ทากาวที่แผ่นแรกและแผ่นสุดท้าย แล้วก็ตรงสันด้วย แล้วก็เอามาติดกันทั้งหน้าและหลัง ระวังอย่าให้ย่นนะจ๊ะ...
9. รอให้กาวแห้งแล้วก็ตกแต่งให้เริ่ด...ฮุ ฮุ... เสร็จแล้ว...
โอววว เสร็จซักที ทีนี้ก็มีสมุดเริ่ดๆไว้เฉิดฉายแล้ว แถมเป็นการรีไซเคิลด้วย เพราะกระดาษสมุดนี่ ก็ดึงมาจากสมุดที่มีเหลือเยอะมากพอสมควร กระดาษลัง...ก็มาจากลังหลังบ้านที่ตั้งไว้เฉยๆ รอการชั่งกิโลขาย ทีนี้ ก็ภูมิใจ แถมสบายกระเป๋าและลดโลกร้อนด้วย...อิอิ
เวอร์ไปมั้ยเนี่ยชื่อเรื่อง
จากอันที่แล้ว เป็นแบบไฮโซ อาจจะเอาไว้จดบันทึกอะไรดีดี
เอาไปตกแต่งมาแล้ว...อิอิ...
ทีนี้แม่ก็บอกให้ดิชั้นเขียนอีกอันนึง...
ดิชั้น : อันไหนอ่ะแม่?
แม่ : ก็อันที่หนูเคยทำไง...
อ๋อ....
ต่อไปนี้จะเป็นการ "พลิกดินสู่ดาว" สำหรับการดาษที่ไม่มีคู่ ดูๆเหมือนไม่มีค่า แต่มาวันนี้มันกลายเป็นสมุดประจำกายดิชั้นไปแล้วละค่ะ
สืบเนื่องมาจาก เป็นคนที่ ชอบวาดอะไรเรื่อยเปื่อยๆ คือ มีกระดาษอะไรก็วาดใส่ไปในนั้น เลยคิดว่า ถ้าเอากระดาษที่เหลือๆมาทำเป็นเล่มที่ดูดีหน่อย ก็คงจะเท่ไม่น้อย อีกอย่างก็เอาไว้จดงานที่อ.สั่งได้ด้วย
(อาจจะดูไม่สวยเท่าอันแรกนะคะ)
อุปกรณ์
1. ตัดกระดาษให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ในที่นี้เป็น 5x6 นิ้ว นะคะ (เนื่องจากกระดาษปกมันมีพื้นที่จำกัด...อีกแล้ว
)
2. แม็กให้มันติดกันซะเลย (เว้นไว้ห่างจากขอบซัก 0.5 ซ.ม. นะ)
3. วัดขนาดปก ให้ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 3 มากกว่าขนาดของเนื้อในนิดเดียว(นิดเดียวจริงๆนะ) แล้วส่วนที่ 2 ก็ 0.5 ซ.ม.
4. วัดตรงส่วนปกหน้าและปกหลังออกมาอีกจากส่วนที่ 2 ประมาณ 0.5 ซ.ม. แล้วใช้คัตเตอร์กรีดเบาๆ (อย่าแรงนะ) เพื่อให้พับได้ แล้วก็ทากาว
5. เอาเนื้อในมาใส่ แล้วก็หนีบ....ไว้ นั่นแหละ รอจนกาวแห้ง
6. ตกแต่งให้เป็นดาว...ซะ...
ปิ๊งๆ....เสร็จแล้ว....เอ่อ...จะพราวไปมั้ยเนี่ย...
ทีนี้ก็แล้วแต่คุณล่ะว่าจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร
อ้อ! กระดาษที่เหลือจากการตัด...อย่าทิ้งนะ เอาไว้เป็นกระดาษโน๊ตก็ได้ ทิ้งไปแล้วมันเสียดาย เพิ่มจำนวนขยะโดยเปล่าประโยชน์นะจ๊ะ
*มีคำแนะนำเพิ่มเติม*
)
เรามาช่วยลดโลกร้อนกันเถอะ!!!
วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2551 | เขียนโดย น้องนัท 0 ความคิดเห็น
สาธิตวิธีสร้างบ้านดิน
" บ้านดิน" สร้างเองก็ได้ง่ายจัง ไม่ต้องจ้างผู้รับเหมา ประหยัดเงินตรา และ ทรัพยากรธรรมชาติ (ไม่ต้องระเบิดภูเขา เอาปูนซิเมนต์ หรือ ทำลายป่า ตัดต้นไม้เยอะ ๆ ) ฤดูร้อนเย็นสบาย ฤดูหนาวแสนอบอุ่น (บ้านดินสามารถปรับอากาศในตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดให้เปลืองค่าไฟฟ้า)
หากบริเวณบ้านของท่านมีพื้นที่ว่าง ๆ ขอเชิญท่านมาลองสร้างบ้านดินหลังเล็ก ๆ สักหลังหนึ่ง ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. ทดสอบเนื้อดิน นำดินใส่ในแก้วสามในสี่ส่วน เติมน้ำให้ท่วมดิน ใส่เกลือ 1 ช้อนชาคนแล้วคอยให้ตกตะกอน เพื่อสังเกตดูชั้นต่าง ๆ ของเนื้อดิน แบ่งสัดส่วนของแก้วออกเป็น 10 ส่วน สิ่งที่หนักจะตกตะกอนก่อน จะได้ กรวดหิน - -> ทราย หยาบ - - > ทรายละเอียด - - > ดินเหนียว หากชั้นดินเหนียวได้สัดส่วน 2 ในส่วน 10 ส่วน ถือว่าดินนั้นสามารถนำมาสร้างบ้านได้ จากนั้นเติมน้ำลงในดินนวดให้เหนียว ลองปั้นเป็นเส้นกลม ๆ ขนาดนิ้วมือถ้าขาดแสดงว่าดินนั้นยังใช้ไม่ได้(ดินเหนียวเหมาะสำหรับการสร้าง บ้านดินที่สุด ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย)
3. การทำอิฐดินเตรียมกระบะสำหรับผสมดินเหยียบนวดดินให้เหนียวหากดินเหนียวมากๆ ควรจะแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืนจะทำให้นวดง่ายขึ้น หากดินเหนียวมาก ๆ ให้ผสมแกลบหรือฟาง (หรือวัสดุใกล้เคียงที่หาได้ในพื้นที่) และทราย ในอัตราทีสังเกตว่าดินที่เหยียบจะไม่ติดเท้าขึ้นมาและเห็นเป็นรอยเท้าบน เนื้อดินถือว่าดินได้ที่แล้ว จากนั้นนำมาเทใส่พิมพ์ไม้ปาดให้เรียบและยกพิมพ์ขึ้นดินจะไม่ติดพิมพ์ในกรณี ที่แดดดี ตากทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นพลิกอิฐดินตั้งขึ้น จะทำให้ดินไม่ติดพื้นและแห้งเร็วขึ้น ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่ออิฐดินแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติเหมือนกับอิฐมอญที่ไว้ใช้ก่อสร้างบ้านทั่ว ไป ซึ่งขนาดดินที่เหมาะสมคือ หนา 4 นิ้ว กว้าง 8-10 นิ้ว ยาว 14 -16 นิ้ว (อิฐดิน 1 ก้อน = 15-20 กิโลกรัม) 


















มาเแผนการสร้างริ่มต้นวางบ้านดินกันเถอะ
มาเริ่มต้นวางแผนการสร้างบ้านดินกัน โดยเราต้องดูความพร้อมในด้านต่างๆของเราก่อน เช่น
1.ตัวผู้สร้างเองมีแรงงานหรือกลุ่มเพื่อน
ถ้าผู้สร้างมีแรงงานหรือกลุ่มเพื่อนที่จะช่วย ก็จะทำให้บ้านดิน เสร็จได้ตามต้อง การโดย ขนาดของอาคาร หลังเล็กๆ ( 4x4) ใช้แรงงาน2-3 คนก็พอ แต่ถ้าเป็นอาคารหลังใหญ่อาจใช้แรงงานมากกว่า 4 คน ตามงาน
2.การคำนวณเวลาที่ใช้ในการสร้าง
การคำนวณเรื่องเวลาสร้างนั้น แยกเป็นสองส่วนคือเวลาในการทำก้อนดิน กับเวลาในการสร้าง
- เวลาในการทำก้อนดิน นั้นต้องลองคำนวณว่าเราจะสร้างบ้านหลังขนาดไหน โดย คำนวณจาก 1 ตร.ม. ใช้ก้อนดิน 35 ก้อน เช่น บ้านขนาด 4 เมตร คูณ 6 เมตร มีหน้าต่าง 4 ช่องและมีประตู 1 ช่อง จะใช้ก้อนอิฐดินดิบประมาณ1000 -1200 ก้อน ถ้าวันหนึ่งทำได้ประมาณ 120 ก้อน 12 วัน ก็จะได้ก้อนดินดิบ ตามต้องการ
- เวลาในการก่อสร้าง นั้นต้องลองคำนวณดูว่าเรามีกำลังคนในการสร้างเท่าไหร่ เช่น บ้าน ขนาด 4 เมตรคูณ 6 เมตร มีกำลังคนประมาณ 3-4 คนจะใช้เวลาในการสร้างประมาณ 14 วันก็เสร็จ ( ไม่รวมเวลาทาสีเพราะต้องรอให้ดินแห้งจึงจะสามารถทาสีดินได้ )
การทดสอบดินในพื้นที่
ดินที่ดีในการนำมาทำก้อนดินดิบคือดินร่วนปนทรายซึ่งพื้นที่ที่เหมาะได้แก่ดินในแถบภาคอีสาน เราสามารถทดสอบดินในพื้นที่ของเราได้สามวิธีคือ
วิธีที่1 การทดสอบโดยการนำดินที่ได้มาบทให้ละเอียดแล้วละลายกับน้ำผสมเกลือนิดหน่อยแล้วทิ้งไว้สักพักให้ดินตกตระกอนดินจะแยก เป็น 3 ชั้น โดยชั้นบนจะเป็นดินเหนียว ชั้นกลางจะเป็นดินตะกอน และชั้นล่างจะเป็นดินทราย
วิธีการดู ให้แบ่งดินชั้นต่างๆในแก้วทั้งหมดออกเป็น 10 ชั้น แล้วให้ดูว่าดินชั้นบนและดินชั้นกลางรวมกันได้กี่ชั้น ซึ่งถ้าดินที่ใช้ทำบ้านดินได้นั้นจะต้องมีดินชั้นบนกับชั้นกลางหนารวมกันประมาณ 3 - 5 ชั้น ถ้าน้อยกว่า3ชั้นต้องมีการเติมดินเหนียว และถ้าเกิน 5 ชั้นต้องมีการใส่ทรายลงไปผสม -ดินชั้นล่างสุดต้องประมาณ 5-7 ชั้นจึงจะใช้ได้ ถ้าดินทราย มากกว่านี้ต้องมีการเติมดินเหนียว
วิธีที่2 การทดสอบโดยการปั้นเป็นแท่งประมาณเท่ากับนิ้วโป้ง ของเราแล้วลองแกว่งดูวิธีการดู
วิธีที่3 การทดลองปั้นเป็นแผ่นเท่าขนมคุกกี้แล้วตากแดดให้แห้ง
วิธีการดู
ถ้าทดลองหักแล้วแตกละเอียดแสดงว่าดินของเราเป็นดินทรายต้องมีการ เพิ่มดินเหนียวเข้าไป ถ้าทดลองหักแล้วหักไม่ได้แสดงว่า ดินของเราเป็นดินเหนียว ต้องมีการ เพิ่มดินทรายเข้าไป ถ้าทดลองหักแล้วแบ่งเป็นสองถึง สามส่วนแสดงว่าดินของ เราใช้ได้การเตรียมอุปกรณ์ในการทำบ้านดิน
ในการทำงานบ้านดินนั้นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยอุปกรณ์ที่เราใช้กันประจำในการทำบ้านดินนั้นได้แก่
- ถังปูนประมาณ 4-6ถัง
![]()
![]()
- จอบขุดดิน 1 – 2 อัน
- ไม้แบบที่เราทำเองหรือจ้างช่างทำ ขนาด คูณ16 นิ้ว หนา 4นิ้ว
- เกียงฉาบปูน
- แปรงทาสี
- ฟองน้ำ
![]()
- ที่ปาดปูนเวลาฉาบเรียบ
- ไม้จับระดับ(ถ้าต้องการ)
- กะละมังผสมสีดินทา
- ถังใส่น้ำ(ถังรองน้ำใช้ใหญ่)
6.การเลือกพื้นที่ในการสร้าง
เนื่องจากน้ำเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้บ้านดินเกิดการทรุดหรือพังทลายได้ ดังนั้นการเลือกพื้นที่ในการสร้างจึงมีข้อควรระวังดังนี้
บริเวณที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขังเพราะอาจทำให้ฐานรากละลาย(บ้านพัง) บริเวณ ที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องไม่เป็นที่น้ำไหลผ่านถ้ามีจะสร้างบริเวณนั้น จริงๆต้องมีการทำทางน้ำให้ไหลผ่านไปทางอื่นไม่ไหลผ่านตัวบ้าน บริเวณที่จะสร้างบ้านดินนั้นจะต้องเป็นที่ดอนหรือมีการถมดินให้พื้นที่สูงกว่าบริเวณรอบๆ
เขียนโดย น้องนัท 0 ความคิดเห็น
Theme P'campus